Logo
ยิ้มง่าย ไหว้งาม คือนิยามของคนไทย เบิกบานสบายใจ คือพุทธแท้เพราะมีธรรม  
 
 
           IN ROIDAO.COM
     ฟังเทศน์พุทธธรรม
     ชื่อชุดบรรยายธรรม
     ถอดรหัสปฏิบัติธรรม
     หนังสือ ส.ร้อยดาว
     รำพึงรำพันวันเยาว
     ปกิณกะธรรม
     ก้าน  กิ่งพุทธ
     ปรัชญาModernWalk
     ปรัชญากวี , คำสวย
     โครงการปฏิบัติศีล ๘
    บรรยายธรรม (อ่าน)
     กองหนุนจริยธรรม
     Roidao Radio
     Santi Radio
 
           DDDDD ONLINE
     รู้จักชาวบุญนิยม
     พระจันทร์แจ่มฟ้า
     สติ พระปราโมทย์
     ยอดหญ้าดังตฤณ
     ธรรมะใกล้ตัว
     ธรรมะไทย(ยอด)
     พจนานุกรมไทย
     Dictionary online
     FM.TV ทีวีชาวอโศก
     Ying Yoka...มุมสุขภาพ
 
           DD DOWNLOAD
  คุณค่าน้ำฝน(ยอดมาก)
 รักสุดซึ้ง...ใจสองใจ
@     บทสรุปThe Secret
@     บทสรุป ไม่ควรสรุป
@     โอวาท ท่านเหลี่ยวฝาน
@     นักโทษประหาร
@     ธัมมะ จากธรรมบท
@     มิลินทปัญหา
 
 
 
 
       
 

ถ้อยคำสิริมงคล

เร็วช้าต้องพลัดพรากตายจาก
หากไม่ทำกิจให้โดนจิตตรึงใจ
พบเจอออกจะด้อยคุณค่าเกินไป
และมิแน่ว่าอีกกี่ล้านปีจะมีวาสนาพบเจอกัน
ฉะนั้นทุกท่านที่พบเจอ ทุกเธอที่สัมผัส
จงปฏิบัติต่อเขาด้วยไมตรี เมตตา
และสติ ปัญญา...เต็มร้อย

     
กระดานข่าว กิจกรรมธัมมะ

เริ่มแล้ว กิจกรรมศีล ๘ ครั้งที่ ๙๓
วันศุกร์  ๑๗ -อาทิตย์  ๑๙ กันยายน ๒๕๕๓
ครั้งนี้...

ถึงเวลาทำบุญ...แบบพุทธ

บอกพี่น้องผู้สนใจใฝ่ธรรม
บัดนี้กิจกรรมเรียนธัมมะจากพระไตรปิฎก
วันอาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น.
บริเวณลานทรายหน้าน้ำตกสันติอโศก
เริ่มต้นแล้ว โดยสมณะร้อยดาว แสดงธรรม
สอบถาม... 02-374-5230

เบื่อหน่ายสื่อที่ชวนสลด สบถ
หมุนคลื่นวิทยุมาที่ FM 107.75
เขตบึงกุ่ม กทม. ฟังชัดที่สุด
02-374-5230

08.50 น. วันเสาร์ที่ศาลาฟังธรรม
สมณะร้อยดาว ก็เทศน์อีกเช่นกัน

 
         
 
   
       
 
     
 
 
 
 
<   MP 3 ชุดใหม่ 107 ทุกข์ใจ มิใช่ทุกข์จริง
  การบริหารทรัพย์ 1 ๒๐ มิ.ย. ๕๓
  การบริหารทรัพย์ 2 ๒๐ มิ.ย. ๕๓
  เหตุลึกกว่าเหตุ ๒๕ มิ.ย. ๕๓
  เรียบง่าย สบายใจ ๒๖ มิ.ย. ๕๓
  เหตุไม่ท้อถอยไม่ทิ้งธรรม ๓ ก.ค. ๕๓
  ทุกข์ใจมิใช่ทุกข์จริง ๑๐ ก.ค. ๕๓
  ที่เรียกว่า ศาสนา ๑๗ ก.ค. ๕๓
 
         
 
   
         
   

[ Link สู่เส้นทางธรรม ]                                               สู่เส้นทางธรรม... ภาคเฟ้นธรรม(ขอคั่นไปก่อน แล้วจะเขียนต่อเมื่อสะดวก)

                                             ความลึกซึ้งในศีลข้อ ๔ ส.ร้อยดาว แสดงไว้เมื่อวันที่ ๑๕ ก.ย. ๔๔ ณ พุทธสถานสันติอโศก

                        สำนึกดีพี่น้องพุทธบริษัท... เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราได้ฟังธรรม เพื่อปลูกฝังตอกย้ำสัมมาทิฏฐิให้แน่น ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในการปฏิบัติธรรม ถ้าไม่มีการเรียนรู้ที่ถูกต้องถูกตรง จะเกิดการปฏิบัติที่ถูกต้องถูกตรงไม่ใช่ฐานะที่เป็นไปได้ เมื่อการปฏิบัติไม่ถูกต้องถูกตรง การบรรลุผลธรรมของศาสนาก็ไม่เกิดขึ้น ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่า มีชาวพุทธเพียงทะเบียน ชาวพุทธเพียงชื่อ โดยเนื้อหาสาระของความเป็นพุทธไม่ค่อยมี กายกรรมที่จะอยู่ในศีล วาจากรรมที่จะอยู่ในศีล น้อยกว่าน้อยนัก หัวใจก็โลดโผนโจนทะยานออกนอกศีลธรรมกันมากอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งมาจากการศึกษาที่ไม่ถูกต้องถูกตรง เมื่อศึกษาไม่ถูกต้องถูกตรง การปฏิบัติก็ไม่มีผล เมื่อการปฏิบัติไม่มีผล ถึงจุดหนึ่งก็เบื่อหน่าย ไม่เกิดศรัทธา ไม่เกิดเลื่อมใส กลายเป็นคนทอดทิ้งศาสนาไป
                        ฉะนั้นการฟังธรรมของเรา เป้าหมายก็คือตอกย้ำให้เกิดสัมมาทิฏฐิ เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องถูกตรงมากขึ้น ซึ่งเป็นเบื้องต้นของจริยธรรม ถ้าคนไม่มีสัมมาทิฏฐิ ไม่เข้าใจในการปฏิบัติที่ถูกต้องถูกตรงแล้ว คนจะถึงพร้อมด้วยจริยธรรม เป็นเรื่องยากกว่ายากมาก อีกนัยยะหนึ่ง ใครก็ตามถ้าเพียงศึกษาเรียนรู้ แต่ไม่ลงมือปฏิบัติ ถึงจุดหนึ่งถ้อยธรรมคำสอนจะเป็นสิ่งจืดชืด ถ้าใครศึกษาแล้วนำมาปฏิบัติ จะรู้เลยว่าถ้อยธรรมคำสอนนั้นมีรสชาติยิ่ง
                        พระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้ ธรรมมะย่อมมีโอชาสำหรับผู้นำพาไปปฏิบัติ คือถ้าเราปฏิบัติธรรม เวลาได้ฟังธรรมเราจะได้ทบทวนการปฏิบัติ เหมือนได้รับการชี้ให้เห็นปรากฏการณ์ต่างๆทางจิตวิญญาณ เราจะได้อย่างนี้...ซึ่งมีความสนุก มีความเริงใจในขณะฟังธรรม เหมือนคนดูหนังเรื่องเดียวกัน คุยกันก็รู้สึกดีดี รู้สึกรู้เรื่อง แต่อีกคนไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย เราจะคุยให้เขาฟัง เขาก็เข้าใจยาก ถึงขั้นไม่สนใจเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นความเจริญก้าวหน้าในเส้นทางธรรม จะต้องประกอบด้วยการศึกษา ศึกษาแล้วนำมาปฏิบัติ

                        อาตมาเคยบอกแล้ว... การประพฤติศีลปฏิบัติธรรมในเมืองไทย ส่วนใหญ่ที่ไม่เจริญก้าวหน้า เพราะประพฤติปฏิบัติแบบแยกส่วน ศีลก็ส่วนหนึ่ง สมาธิก็ส่วนหนึ่ง ปัญญาก็ส่วนหนึ่ง ใครอยากมีศีลก็ไปขอสมาทานจากพระ... มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณณะ สะหะ,ปัญจะ สีลานิยาจามะ ฯ เสร็จแล้วพระก็กล่าวให้ศีล 5 ข้อ พอจบโยมก็สาธุ! แล้วมักคิดกันว่า... เราได้ศีลแล้ว โดยจริงนั่นเป็นเพียงสัญญาทำดี ถ้าไม่นำพาศีลนั้นมาฝึกหัดขัดเกลาตนอย่างถึงพร้อมด้วยกรรม 3 คืออาศัยศีลนั้นขัดเกลากายกรรม ขัดเกลาวจีกรรม ขัดเกลามโนกรรม หยั่งรู้เป้าหมายของศีลแต่ละข้อ ศีลข้อ 1 เพื่อล้างโทสะละเบียดเบียน ที่จะมีในกาย ในวาจา ในใจ ศีลข้อ 2 เพื่อจะล้างโลภะละตระหนี่ ในกาย ในวาจา ในใจ ศีลข้อ 3 เพื่อจะล้างราคะละกำหนัด ในกาย ในวาจา ในใจ ข้อ 4, 5, 6, 7, 8 นัยยะเดียวกัน

                        ทุกวันนี้ที่การปฏิบัติไม่บรรลุผล เพราะศึกษา...ปฏิบัติแบบแยกส่วน ศีลก็ไปสมาทานเอา สมาธิก็ไปนั่งหลับตาเอา ใครอยากจะมีปัญญาก็เรียนรู้ให้มากๆ เป็นเปรียญ 8 เปรียญ 9 หรือต้องไปเรียนอภิธรรม คิดว่าอย่างนั้นเป็นทางแห่งปัญญา ซึ่งไม่ใช่เลย โดยจริงศีล สมาธิ ปัญญา รวมอยู่ในบทปฏิบัติเดียวกัน เมื่อใดก็ตามที่เราพยายามทำศีลของเราให้สะอาด ลึกละเอียดขึ้น ขณะนั้นเรากำลังพัฒนาปัญญาของตนอยู่ เมื่อใดที่จิตถูกปัญญาชำระความโกรธเกลียด ความโลภหลง หรือราคะอกุศลต่างๆ ออกไปจากใจ เราจะได้บรรลุสมาธิเป็นผล เป็นสมาธิพุทธ

                        ดังนั้นการศึกษา...ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เรื่องแยกส่วน แต่เป็นเรื่องร่วมประสานโดยอาศัยศีลเป็นพื้นฐาน และมีคำตรัสที่ปรากฏในพระไตรปิฎกบอกว่า ศีลเป็นรุ่งอรุณของสัมมาอริยมรรค การก้าวไปอันประเสริฐจะเกิดขึ้นได้ถ้าผู้นั้นมีศีล ถ้าไม่มีการรักษาศีลแล้ว การก้าวไปอันประเสริฐจะเกิดขึ้นไม่ได้ ที่ผ่านมาได้อธิบายศีลข้อ 1,2,3 โดยนัยละเอียดลึกซึ้ง ทีนี้มีความสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งต้องอธิบายสู่กันฟัง คือศีลข้อ 4 และเคยบอกแล้ว ในการปฎิวัติรัฐประหารแต่ละครั้ง ถ้าไม่มีการยึดกรมประชาสัมพันธ์ การปฏิวัติรัฐประหารนั้นจะบรรลุผลสำเร็จได้ยากมาก ฉะนั้น...ส่วนใหญ่ที่เขาทำปฏิวัติรัฐประหารสำเร็จ สิ่งที่ต้องยึดก่อนคือ...ยึดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันข้อมูลข่าวสารบิดเบือนหรือป้องกันการตื่นตระหนก ในการปฏิวัติชีวิตก็เช่นเดียวกัน ถ้าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง เราจะต้องยึดปากหรือยึดคุมถ้อยคำของตนเองให้ได้ซะก่อน ถ้าเราไม่พยายามยึดกุมตรงนี้ให้อยู่ในอำนาจ ให้อยู่ในความสามารถของเรา บอกได้เลยว่า พลังในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองจะมีไม่มาก

                        มีปัญญาภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้... หุบปากไม่เป็นทำงานใหญ่ไม่ได้ เพราะบ่อยครั้งกำลังใจมักเสียไปด้วยลมวาจาที่เรื่อยเปื่อย ฉะนั้นในการปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นกิจการที่ใหญ่กว่ากิจการใหญ่ในโลก สิ่งที่ต้องมาศึกษาด้วยก็คือเรื่องของวาจาหรือถ้อยคำ หรือควบคุมปากของตนไว้ได้ ให้อยู่ในอำนาจในความสามารถของตน กระทั่งเราใช้ปาก ไม่ได้ถูกปากใช้ เราควบคุมปาก ไม่ได้ถูกปากควบคุม เพื่อให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ขอนำเสนอปรัชญาชีวิตโมเดิร์นวอล์ก สู่กันฟังก่อน เขียนไว้อย่างนี้... เพียงไตร่ตรองให้รอบคอบรัดกุม ย่อมควบคุมถ้อยคำได้เก่งขึ้น ในความเป็นคนบ่อยหนเดือดร้อนเพราะวาจา แต่กว่าจะเกิดปัญญา หลายคนต้องหลุดคำที่กล่าวแล้วค่อยรู้สึก...ไม่ควร บางทีกว่าจะได้บทเรียนนี้มา ต้องหลั่งน้ำตาไม่น้อยจริงๆ ฉะนั้นผู้ฉลาดไม่ควรพลาดประโยชน์จากบทเรียนนี้

                        อาตมาเห็นเลยว่า บ่อยครั้งผู้คนเดือนร้อนเพราะวาจาของตน ถ้าหากเรามาตระหนักสังวรกายกรรม สังวรวจีกรรม ความเดือดเนื้อร้อนใจของเราจะลดน้อยลง และอาตมาเคยบอกแล้ว... สงบ ขบคิดใคร่ครวญสักนิด จะพบชีวิตมีกรรมเกินเลยมากหลาย มีบ้างทำเกินไป มีบ้างพูดเกินไป มีบ้างคิดเกินไป เก็บความสูญเสียกลับคืนมาสิ ปัญญาจะผ่องใส ใจจะสงบเยือกเย็น เป็นสุขแก่ตนเป็นประโยชน์แก่มวลชนได้มากขึ้น สังเกตดูเลย... บ่อยครั้งที่เราเดือดเนื้อร้อนใจ บางทีจากทำเกินไป บางทีจากพูดเกินไป การกระทำใดที่ถูกขับเร้าด้วยโทสะ ส่วนใหญ่จะเกินไปแทบทั้งสิ้น การกระทำใดที่ถูกขับเร้าด้วยโลภะ ด้วยราคะ ส่วนใหญ่จะเกินไปแทบทั้งสิ้น วาจาก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราพูดด้วยโทสะ นั่นเป็นวาจาที่เกินไป ถ้าเราพูดด้วยโลภะ นั่นเป็นวาจาที่เกินไป ถ้าเราพูดด้วยราคะ นั่นก็เป็นวาจาที่เกินไปแล้ว เมื่อใดก็ตามที่เราทำเรื่องเกินไป นั่นเท่ากับว่าเราได้ล่วงเกินต่อผู้อื่น เมื่อเราล่วงเกินต่อผู้อื่น ผู้อื่นจะไม่หาโอกาสล่วงเกินต่อเรา น้อยกว่าน้อยนัก

                        ฉะนั้นวาจาเป็นเรื่องต้องศึกษาเรียนรู้ แล้วปรับไปสู่สุจริตให้มากขึ้น ทั่วไปเข้าใจว่าศีลข้อ 4 มุสาวาทา เวระมณี คือเว้นขาดจากการโกหก โดยจริงไม่เพียงนั้น แต่ศีลข้อ 4 ในศีล 8 จะหมายรวมการเว้นขาดจากคำเท็จ คำส่อเสียด คำหยาบคาย คำเพ้อเจ้อไว้หมด คำว่าเท็จไม่ได้หมายถึงโกหกหลอกลวงเท่านั้น แต่คำใดกล่าวแล้วไม่เป็นไปเพื่อเจริญก้าวหน้า คำนั้นถือว่าเป็นคำเท็จในระดับอธิศีล และในศีลข้อ 4 มีทั้งระดับสามัญตา ทั้งระดับวิสามัญตา คือยิ่งกว่าสามัญ หรือระดับอริยกันตศีล

                        อาตมาอธิบายสู่ฟังแล้ว ศีลโดยย่นย่อ มีสำคัญอยู่ 2 ระดับ คือ 1. ศีลสามัญตา 2. อริยกันตศีล ศีลสามัญก็คือรู้ร่วมกันว่าคนนี้มีศีล เป็นศีลในระดับสามัญ ส่วนอริยกันตศีล คือศีลที่ขัดเกลาลึกซึ้งละเอียดลออ กระทั่งศีลนั้นนำพาเราไปสู่ความเป็นอริยบุคคล ก่อนอื่นเรามาศึกษาศีลที่เป็นสามัญตา พระพุทธเจ้าท่านบอกลักษณะของการผิดศีลข้อ 4 ไว้ในลักษณะไหน และอย่างไรชื่อว่าพูดโกหก อย่างไรชื่อว่าพูดคำหยาบ อย่างไรชื่อว่าพูดส่อเสียด อย่างไรชื่อว่าพูดเพ้อเจ้อ ท่านบอกว่าความไม่ประพฤติธรรมทางวาจา 4 อย่างนี้คือ...
                         1.พูดโกหก คือบางคนไปในที่ประชุม ในหมู่ชน ท่ามกลางญาติ หรือถูกนำไปเป็นพยาน ถูกถามว่าท่านผู้เจริญ ท่านรู้เรื่องใดจงบอกเรื่องนั้น เขาเมื่อไม่รู้ก็บอกว่ารู้บ้าง เมื่อรู้ก็บอกว่าไม่รู้บ้าง เมื่อไม่เห็นก็บอกว่าเห็นบ้าง เมื่อเห็นก็บอกว่าไม่เห็นบ้าง เป็นผู้กล่าวคำโกหกทั้งที่รู้อยู่ เพราะเหตุของตนบ้าง เพราะเหตุของผู้อื่นบ้าง เพราะเหตุเห็นแก่ของเล็กๆน้อยๆบ้าง นี่ชื่อว่าพูดโกหก
                        2.พูดคำหยาบ พูดคำหยาบในที่นี้หมายความว่า กล่าววาจาหยาบที่เป็นโทษอันเผ็ดร้อนแก่ผู้อื่น อันขัดใจผู้อื่น อันใกล้ต่อความโกรธ ไม่เป็นไปเพื่อความสงบจิต นี่คือความหมายของคำว่าพูดคำหยาบ
                        3 พูดส่อเสียด ได้ฟังความข้างนี้แล้วนำไปบอกข้างโน้น เพื่อทำลายพวกข้างนี้บ้าง หรือนำความข้างโน้นแล้วนำมาบอกข้างนี้ เพื่อทำลายพวกข้างโน้นบ้าง ชอบใจในคนที่แตกกัน ยินดีในความแตกกันเป็นกลุ่มเป็นก๊ก แล้วกล่าววาจาที่ทำให้แตกกัน นี่ชื่อว่าวาจาส่อเสียด ฟังความข้างนี้แล้วก็ไปพูดกับอีกข้างหนึ่ง เพื่อให้ข้างนั้นเค้าเกิดอาการโกรธเกลียดข้างนี้ หรือฟังความจากข้างนั้นแล้วก็นำมาบอกข้างนี้ เพื่อให้ข้างนี้ได้หงุดหงิดกลัดกลุ้ม ไปถล่มกับข้างนั้น อันนี้ถือว่าเป็นวาจาส่อเสียด
                         4.พูดเพ้อเจ้อ คือพูดในเวลาที่ไม่ควรพูด พูดเรื่องที่ไม่เป็นจริง พูดไม่เป็นประโยชน์ พูดไม่เป็นธรรม พูดไม่เป็นวินัย กล่าววาจาไม่มีที่ตั้ง ไม่มีหลักฐานที่อ้าง ไม่มีที่สุด นี้ชื่อว่าวาจาเพ้อเจ้อ จากพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยฉบับหลวงเล่มที่ 12 สารายกสูตร ใครสนใจไปดูในรายละเอียดได้
                        อย่างที่กล่าวแล้วเป็นการผิดศีลข้อ 4 ในระดับศีลสามัญตา ซึ่งเบื้องต้นเราจะสังวรไม่กล่าววาจาเช่นนั้น ทั้งวาจาอันเป็นเท็จ วาจาหยาบ วาจาส่อเสียด วาจาเพ้อเจ้อ หากยังมีวาจาไม่ดีดังกล่าวอยู่ แสดงว่าเราไม่ได้ประพฤติธรรมทางวาจา และเชื่อเถอะว่า 4 วาจาชั่ว จะเรียกร้องเวรภัยมาสู่ตัวไม่ใช่น้อยๆ

( แจ้งเพื่อทราบหมายเลขโทรศัพท์ 02-734-8098 กองหนุนจริยธรรม เลิกใช้แล้ว )